ข่าวนำกระแส
วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ป่วยแล้วมีประโยขน์อย่างไร
ผู้เขียนได้หายไป 1 วันเนื่องจากป่วยในรอบปี แน่นอนการป่วยนั้นไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน ทำให้ทำงานไม่ได้ ทำให้รู้สึกไม่ดีเวลาป่วย แต่เราจะหนีจากการป่วยของมนุษย์แบบนี้ไม่ได้ คนที่ไม่ป่วยคือคนที่โชคดีมากแล้ว ผู้เขียนป่วยไป 1 วัน แต่ถึงอย่างไรก็สามารถทำให้ร่างกายกลับมาทำงานปกติได้อย่างรวดเร็วด้วยวิธีการ รีดพิษออกจากร่างกาย แน่นอนที่สุดผู้เขียนจะดื่มน้ำแบบมากๆ แล้วก็ปัสวะออกมาบ่อยๆ เล่นแบบกินน้ำเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่เป็นวิธีที่ทำให้พิษจากร่างกายเราหายได้อย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้เลยได้ทำงานได้อย่างสดชื่น สมองกลับมาปกติอีกครั้ง ประโยชน์จากการป่วยผู้เขียนได้สังเกตุเห็นว่าน้ำหนักตัวเองลดลงอย่างมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อไหร่นะ มีแค่นี้แหละที่อย่างบอก คือหลายคนคงรู้ด้วยมั้งเพราะไม่มีใครไม่เคยป่วยอยู่แล้ว รักษาสุขภาพกันด้วยนะ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวอากาศแบบนี้ทำให้เป็นไข้ได้ง่าย ฝากถึงผู้อ่านที่กำลังเป็นไข้หลายๆคนด้วยนะ ดื่มน้ำมากๆ ช่วยได้จริงๆลองมาแล้ว แล้วอย่างคิดว่าการป่วยเป็นเรื่องไม่ดีนะ ดีตรงที่ลดน้ำหนักนี่แหละ หวังว่าผู้อ่านที่ป่วยหรือไม่ป่วยคงได้สาระจากการที่ผู้เขียนได้เล่าประสบการณ์การป่วยและหายภายใน 1 วันนะ เคล็ดลับคือน้ำ ดื่มมากๆนะ
วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ความรักคือพลังมหาศาล
ผู้เขียนเชื่อเป็นอย่างยิ่งที่ว่าความรักนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นพลังมหาศาล วันนี้ได้ยกเอาตัวอย่างชายคนหนึ่งมาเล่าให้ฟัง ภรรยาของชายคนนี้ป่วย ชายคนนี้ได้พาภรรยาไปส่งที่โรงพยาบาล แต่ต้องเจออุปสรรคในคือต้องอ้อมภูเขาที่สูงและกว้างใหญ่ ทำให้ภรรยาของชายคนนี้เสียชีวิตเพราะไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลทัน นี่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ชายคนนี้ นำพลังความรักนี้มาสร้างเป็นพลังงานที่มหาศาล ชายคนนี้ได้เจาะภูเขาสูง 7.6 เมตร เพื่อสร้างทางยาว 110 เมตร กว้าง 9.1 เมตร ที่สำคัญชายคนนี้ได้ใช่ สิ่วกับฆ้อน เท่านั้นในการเจาะ และตั้งใจเจาะเป็นเวลา 22 ปี จนสำเร็จ ทำให้คนในหมู่บ้านนั้น ลดระยะทางจาก 55 กิโลเมตร เหลือเพียง 15 กิโลเมตร ผู้คนในหมู่บ้านต่างพากันยกย่องชายคนนี้เป็นอย่างมาก โดยนามของเขาชื่อ ดาสราฐ แมนจิ (DASHRATH MANJHI) เป็นชาวอินเดีย

ขอบคุณ รูปภาพจาก www.mountainmanproject.org
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558
คุณจะตกงาน จริงหรือ!
เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์กันหลายอย่างเรือกได้ว่าเข้ามาแทนที่คนเลย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ตู้ซื้อบัตรดูภาพยนต์ เมื่อก่อนก็จะมีพนักงานขายตั๋วหนังรออยู่ประจำที่ให้เราเดินเข้าไปหา และบอกที่นักแล้วซื้อชำระเงินเป็นอันเสร็จวิธีการซื้อ แต่เดี๋ยวนี้มีตู้ขายตัวหนังมาแทนทีพนักงานเหล่านั้น เอาเป็นว่าอาชีพพนักงานขายตั๋วหนังเป็นอันจบสิ้น ก็จะเป็นได้คือพนักงานที่ช่วยเหลือเราในเวลาที่เราใช้ตู้ไม่เป็น แต่แน่นอนว่าอีกหน่อย ทุกคนก็คงใช้ตู้เป็นกันหมดเหมือนตู้กดเงิน ATM เห็นไหมว่าเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่คนเลย
การปรับเอาเครื่องจักรกลมาแทนมนุษย์
ถ้าพูดถึงข้อดี
การปรับเอาเครื่องจักรกลมาแทนมนุษย์
ถ้าพูดถึงข้อดี
- ประหยัดพนักงาน
- ไม่ยุ่งยาก
- ดีสำหรับคนชอบอยู่คนเดียว ทำอะไรคนเดียว
ถ้าพูดถึงข้อเสีย
- การโต้ตอบแบบคนนั้นหายไปหรือจะพูดคุยกับมนุษย์นั้นน้อยลง
- ใช้ชีวิตอยู่กับแต่เครื่องจักรกล
- ความสัมพันธ์คนต่อคนลดน้อยลง
หากจะพูดไปแล้ว ก็ยังมีข้อดีและข้อเสียอีกมาก หรือบางคนอาจว่าดีหรือว่าไม่ดีต่างกัน แน่นอนว่าการที่คนเราไม่ค่อยมีปฏิกิริยาสัมพันธ์กันหรือเรียกง่ายๆคือ ไม่ค่อยพูดจากัน มันล้วนเป็นผลเสียอยู่แล้ว เพราะมนุษย์นั้นเป็นสัตว์สังคม การที่เราไม่พูดจาต่อกันย่อมทำให้ความคิดเราเหมือนเครื่องจักรกล ร่างกายเราก็เหมือนเครื่องจักรกล ลองนึกภาพดูก็ได้ ก็เหมือนสิ่งมีชีวิตที่ไปๆมาๆโดยไม่คุยไรกันเลย แทบไม่มีโอกาสได้คุยกัน ยี่งเดี๋ยวนี้มีโทรศัพท์อีก ทำให้มนุษย์ก้มหน้าก้มตา คนกับมือถือตัวเอง มีการนัดพบกันแต่ก็มานั่งเล่นมือถือด้วยกัน
ถ้าเอาเป็นคนที่ลองมองจากด้านนอกเราจะเห็นว่าการสื่อสารของคนเรานั้นจะเปลี่ยนไป
เทคโนโลยีใช่ว่าจะมีแต่สิ่งที่ไม่ดี ด้านดีก็มีถ้าหากเรารู้จักใช้มัน ไม่ใช่ให้มันมาใช้เรา เดี๋ยวนี้มีคนหลายคนรวยเพราะเครื่องจักรเหล่านี้ มีชีวิตการงานที่ดี ชีวิตครอบครัวที่ดี เพราะเขาเหล่านั้นรู้จักใช้มัน ไม่ตกเป็นทาสรับใช้เทคโนโลยี แต่เขาเหล่านั้นให้เทคโนโลยีเป็นเพื่อนที่ช่วยให้เขาทำงานได้อย่างง่ายขึ้น
คนเราต่างเป็นมุนษย์ ซึ่งมีความสามารถกว่าสัตว์พวกอื่นเสมอคือ ความปรับตัว เราสามารถที่จะปรับตัวเข้าสภานะกาลต่างของแต่ละยุคแต่ละสมัยได้ เราล้วนมีความเชื่อที่เหมือนๆกันคือ การทำดีแล้วเราจะได้ดีเอง เราล้วนมีคำสอนของแต่ละศาสนา ซึ่งก็สอนให้เป็นคนดี ดังนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเราจะตกงานได้ คนที่ตกงานคือคนที่หางานของตัวเองที่ชอบไม่เจอเท่านั้นเอง
วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558
Google ยัง แพ้ธรรมชาติ
ศูนย์ข้อมูลของ Google ที่อยู่ในเบลเยี่ยมได้ถูกฟ้าแกล้งโดยผ่ามาบริเวณใกล้เคียง ทำเอาข้อมูลหายไปอย่ากู้คืนไม่ได้เป็น0.000001% เป็นภัยที่เตือนมาจากธรรมชาติว่าข้อมูลที่สำคัญมากๆของคุณหากยังเก็บไว้อยู่บนระบบ Cloud ก็อาจสูญหายได้ แต่ทาง Google เค้าก็ออกมาบอกทำนองว่า "เป็นความสูญเสียเพียงเล็กน้อยแต่ก็แสดงให้เห็นว่ายังมีการเก็บข้อมูลที่ยังไม่แข็งแรงพอ ต้องมีการพัฒนาความแข็งแรง"
จำนวน
ถือเป็นจุดยื่นที่ดีของทาง Google ที่เค้าให้บริการเราอย่างฟรีๆ และยังพร้อมที่จะแก้ไขให้ด้วย ใครที่มีเงินมากๆ ก็ควรสนับสนุนกันหน่อยนะครับ Google เค้าใจดีจริงๆ ตั้งแต่ผมใช้ Google Drive มาเป็นระยะเวลาหลายปี ก็ยังไม่เกิดปัญหาเลยนะครับ ถือว่า Google รักษาข้อมูลได้เป็นอย่างดีเลย
หากใครที่อยากให้ข้อมูลคุณปลอดภัยจริงๆ ก็ควรสำรองไว้ในหลายๆที่เช่นเก็บไว้ใน Handy Drive ด้วยกันไว้ดีกว่าแก้โลกเราตอนนี้ยิ่งอารมณ์แปรปวนมากขึั้น เรื่องแบบนี้ไว้ใจที่รักษาข้อมูลไม่ได้เลยครับ ไหนจะไวรัสอีก ยังไงก็ไม่ควรเก็บข้อมูลไว้ในที่ๆเดียว
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ Aripfan
จำนวน
ถือเป็นจุดยื่นที่ดีของทาง Google ที่เค้าให้บริการเราอย่างฟรีๆ และยังพร้อมที่จะแก้ไขให้ด้วย ใครที่มีเงินมากๆ ก็ควรสนับสนุนกันหน่อยนะครับ Google เค้าใจดีจริงๆ ตั้งแต่ผมใช้ Google Drive มาเป็นระยะเวลาหลายปี ก็ยังไม่เกิดปัญหาเลยนะครับ ถือว่า Google รักษาข้อมูลได้เป็นอย่างดีเลย
หากใครที่อยากให้ข้อมูลคุณปลอดภัยจริงๆ ก็ควรสำรองไว้ในหลายๆที่เช่นเก็บไว้ใน Handy Drive ด้วยกันไว้ดีกว่าแก้โลกเราตอนนี้ยิ่งอารมณ์แปรปวนมากขึั้น เรื่องแบบนี้ไว้ใจที่รักษาข้อมูลไม่ได้เลยครับ ไหนจะไวรัสอีก ยังไงก็ไม่ควรเก็บข้อมูลไว้ในที่ๆเดียว
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ Aripfan
วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558
อยากผอม อยากอ้วนฟัง
ใครที่อยากผอม อยากอ้วนฟังไว้
- ต้องรู้จักว่าร่างกายเรามีความสามารถเผาพลาดไขมันได้มากแค่ไหน
- รู้จักวิธี Input การนำอาหารเข้าไปกิน
- รู้จักวิธี Output การเผาพลาดเพิ่มเติม เช่น วิ่ง เดิน ว่ายน้ำ โยคะ
ร่างกายเราแต่ละคนต่างกัน ตรงที่ระบบการเผาพลาดไขมันได้มากน้อยต่างกัน นอกนั้นเหมือนกันหมดคือ สามารถกินได้เท่ากัน สามารถเอาไขมันออกได้เท่ากัน ง่ายๆเลย อยากอ้วน Input มาก Output น้อย อยาก ผอม ก็ Input น้อย Output มาก บางคนไปทำตามคนอื่นว่าต้องกินอย่างนี้ แบบนี้ แล้วจึงจะผอม จึงจะอ้วน แต่ไม่ได้ดูว่าร่างกายเราเผาพลาดได้มากน้อยกว่าของเขาไหม จึงทำให้รูปร่างที่เราต้องการไม่เป็นดังที่คิดไว้ ดังนั้นวิธีดูว่าร่างกายเราเผาพลาดได้ดีแค่ไหน อันดับแรกต้องมีเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง เราลองกินอาหารประเภทเดิมๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะ Input ก็ต้องชั่งน้ำหนักก่อน แล้ว หลังจาก 1 สัปดาห์ก็มาชั่งน้ำหนักอีกที่ นี้คือผลว่าเราร่างกายเราเผาพลาดได้มากน้อยแค่ไหน
ใครที่น้ำหนักขึ้นแสดงว่าคุณมี ระบบเผาพลาดน้อย ต้อง Output เยอะๆ
ใครที่น้ำหนักลดแสดงว่าคุณมี ระบบเผาพลาดมาก ต้อง Input เยอะๆ
แค่นี้แหละร่างกายเรา ส่วนใครที่อยากได้หุ่นแบบไหน สมัยนี้ก็ล้วนมีวิธีการบริหารเฉพาะส่วน หากในอินเตอร์เน็ตก็มีถมไป พิมพ์หาใน google ไปเลยว่า ลดส่วนท้องทำอย่างไร เพิ่มส่วนอกทำอย่างไร
วิธีการง่ายๆ หวังว่าคงทำกันได้
รู้จักสุนัขจิ้งจอก

เข้าใจสุนัขจิ้งจอกมากขึ้น
สุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์ที่อยู่ในตระกูล Canidae พวกเดียวกับ หมาป่า หมาใน หรือสุนัข ปัจจุบันจิ้งจอกแดง (RED FOX) เป็นพันธุ์ที่มีปริมาณมากที่สุดเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น และพันธุ์จิ้งจอกแดงนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในป่าละเมาะ ป่าที่อุดมสมบูรณ์ จะปรับตัวได้ดีต่อสถานที่ต่างๆ จึงทำให้มีการขยายพันธุ์ได้เร็ว โดยส่วนใหญ่นิสัยของสุนัขจิ้งจอก มักจะอยู่ลำพัง เวลาออกล่าเหยื่อก็จะล่าเพียงลำพัง มีลักษณะการล่าที่คล้ายแมว คือมีการค่อยๆสะกดลอยตามและรอจังหวะที่พอดีแล้วพุ่งเข้าหาเหยื่อโดยทันที สุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์ที่สามารถสัมผัสพลังงานของแม่เหล็กของโลกได้ สังเกตุเวลามีแผ่นดินไหวพวกสุนัขจะรู้ก่อนประมาณ 10 วินาทีได้เลย สุนัขจิ้งจอก ตัวที่เล็กที่สุดของโลกมีขนาดเท่ากับแมว น้ำหนักประมาณ 1.3 กิโลกรัมอยู่ทะเลทราย ซาฮาร่า ส่วนสุนัขในอาร์กติจะรู้สึกตัวเองว่าหนาวเมื่ออุณภูมิมี -70 องศา นี้ก็เป็นข้อมูลที่ทำให้เราได้รู้จักกับจิ้งจอกมากขึ้น
ขอบคุณเว็บของ คุณหมีขาว ที่ให้ข้อมูล
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


